กำเนิดเทพพระอังคาร ทำไมพระพรหมจึงสร้างจากกระบือ 8 ตัว

ภาพเทพพระอังคารประทับบนกระบือ เทพประจำดาวอังคารตามคติพราหมณ์และโหราศาสตร์ไทย


หากกล่าวถึงดาวที่มีพลังร้อนแรงที่สุดในทางโหราศาสตร์

หลายคนคงนึกถึง

ดาวอังคาร

ดาวหมายเลข ๓

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ

  • พลัง

  • ความกล้าหาญ

  • ความมุ่งมั่น

  • การแข่งขัน

  • และการต่อสู้

ในทางโหราศาสตร์ไทย

ดาวอังคารไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่โคจรอยู่บนท้องฟ้า

แต่ยังมีตัวแทนเป็น

“เทพพระอังคาร”

เทพนักรบผู้ทรงพลังแห่งจักรวาล

ผู้ทำหน้าที่ควบคุมพลังแห่งการกระทำ ความกล้าหาญ และการเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งปวง


กำเนิดเทพพระอังคาร ตามคติพราหมณ์และโหราศาสตร์ไทย

ตามความเชื่อในคัมภีร์โหราศาสตร์ไทยโบราณ

เมื่อพระพรหมทรงสร้างเทพนพเคราะห์ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ควบคุมอิทธิพลของดวงดาวบนท้องฟ้า

พระองค์ได้ทรงเลือกสรรสรรพสิ่งที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน

เพื่อนำมาสร้างเทพแต่ละองค์

สำหรับ

“พระอังคาร”

พระพรหมทรงนำ

“กระบือ ๘ ตัว”

มาบดให้ละเอียดเป็นผง

ก่อนจะประสิทธิ์ประสาทชีวิตให้กลายเป็นเทพผู้ทรงอำนาจ

นามว่า

“พระอังคาร”

จึงเป็นที่มาของกำลังดาวอังคาร

ซึ่งมีค่าเท่ากับ

“๘”

ตามจำนวนกระบือที่ใช้สร้างนั่นเอง


ทำไมพระพรหมจึงเลือกกระบือ

ในสายตาของคนโบราณ

กระบือเป็นสัตว์ที่มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ

แม้ภายนอกจะดูสงบและเชื่อง

แต่เมื่อถูกยั่วยุหรือเผชิญภัยคุกคาม

กลับสามารถแสดงพละกำลังมหาศาลออกมาได้

กระบือจึงเป็นสัญลักษณ์ของ

  • ความแข็งแกร่ง

  • ความอดทน

  • ความกล้าหาญ

  • ความดุดันเมื่อถึงเวลา

  • และความพร้อมที่จะเผชิญหน้าอุปสรรค

ด้วยเหตุนี้

อุปนิสัยของพระอังคารจึงถูกถ่ายทอดมาจากสิ่งที่ใช้สร้าง

จนกลายเป็นดาวแห่ง

  • การต่อสู้

  • การแข่งขัน

  • ความมุ่งมั่น

  • ความเด็ดเดี่ยว

  • และการลงมือกระทำอย่างไม่ลังเล


พระอังคารในตำนานอินเดีย

ในคติพราหมณ์-ฮินดู

พระอังคารมีอีกนามหนึ่งว่า

“มังคละ” (Mangala)

ซึ่งเป็นเทพประจำดาวอังคาร

บางตำนานกล่าวว่าพระองค์ถือกำเนิดจากพลังของพระศิวะ

เทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งการทำลายและการเปลี่ยนแปลง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ดาวอังคารจะได้รับการเชื่อมโยงกับ

  • พลังแห่งนักรบ

  • ความกล้าหาญ

  • การปกป้อง

  • และการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

เช่นเดียวกับเทพมาร์ส (Mars) ในอารยธรรมโรมัน

ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามอันโด่งดัง

และกลายเป็นที่มาของชื่อดาว Mars ในปัจจุบัน


เหตุใดพระอังคารจึงมีกำลัง ๘

ในวิชาโหราศาสตร์ไทย

ดาวทุกดวงมีกำลังประจำตัว

ซึ่งใช้ในการคำนวณทางโหราศาสตร์และฤกษ์ยาม

สำหรับพระอังคาร

มีกำลังดาว

“๘”

ซึ่งสอดคล้องกับกระบือ ๘ ตัวที่ใช้สร้าง

ตัวเลข ๘ จึงเป็นสัญลักษณ์ของ

  • พละกำลัง

  • ความเด็ดเดี่ยว

  • ความอดทน

  • ความเข้มแข็ง

  • และความสามารถในการฝ่าฟันอุปสรรค

จนถูกนำมาใช้ในตำราทักษาและการพยากรณ์หลายแขนงมาจนถึงปัจจุบัน


สีประจำพระอังคาร

แม้หลายคนจะนึกถึงสีแดงเมื่อพูดถึงดาวแห่งสงคราม

แต่ในโหราศาสตร์ไทย

สีประจำพระอังคารคือ

“สีชมพู”

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม

วันอังคาร

จึงใช้สีชมพูเป็นสีประจำวัน

และยังคงพบเห็นการใช้สีดังกล่าวในพิธีกรรมทางโหราศาสตร์และความเชื่อต่าง ๆ อยู่เสมอ


พระอังคาร เทพนักรบแห่งจักรวาล

ในภาพจิตรกรรมและตำราโบราณ

พระอังคารมักปรากฏในลักษณะ

  • กายสีชมพูหรือแดงเรื่อ

  • ทรงเครื่องนักรบ

  • ถืออาวุธ

  • ประทับบนหลังกระบือ

ภาพลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงพลังแห่งนักรบ

ผู้พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคและความท้าทายทุกรูปแบบ

คนโบราณจึงเชื่อว่า

เมื่อพระอังคารให้คุณ

เจ้าชะตามักได้รับ

  • ความกล้าหาญ

  • ความเป็นผู้นำ

  • ความเด็ดขาด

  • ความมุ่งมั่น

  • และพลังในการลงมือทำ

แต่หากให้โทษ

ก็อาจแสดงออกในรูปของ

  • ความใจร้อน

  • ความหุนหันพลันแล่น

  • ความขัดแย้ง

  • การทะเลาะเบาะแว้ง

  • หรืออุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับของมีคมและการปะทะ

ได้เช่นกัน


อิทธิพลของพระอังคารในวิถีชีวิตคนไทย

แม้เวลาจะผ่านมาหลายร้อยปี

แต่ร่องรอยของความเชื่อเกี่ยวกับพระอังคารยังคงปรากฏอยู่ในสังคมไทย

ไม่ว่าจะเป็น

  • สีประจำวันอังคาร

  • การพิจารณาดาวอังคารในดวงชะตา

  • ความเชื่อเกี่ยวกับอาวุธและของมีคม

  • การเลือกฤกษ์ยาม

  • หรือแม้แต่ความเชื่อเรื่องการตัดผมในบางวัน

ทั้งหมดล้วนสะท้อนให้เห็นว่า

ดาวหมายเลข ๓

ยังคงมีอิทธิพลอยู่ในวัฒนธรรมไทยมาจนถึงปัจจุบัน


เพราะสุดท้ายแล้ว…

สำหรับคนโบราณ

พระอังคารไม่ได้เป็นเพียงเทพแห่งสงคราม

แต่คือสัญลักษณ์ของ

“พลังในการก้าวผ่านอุปสรรค”

เพราะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์

อาจไม่ใช่การต่อสู้กับผู้อื่น

แต่เป็นการต่อสู้กับความกลัว ความลังเล และข้อจำกัดภายในตนเอง

ดังเช่นที่เทพพระอังคารได้รับพลังจากกระบืออันแข็งแกร่ง

เพื่อเตือนให้มนุษย์รู้ว่า

บางครั้ง…

การเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต

ก็เริ่มต้นจากความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าเพียงก้าวแรกเท่านั้น


Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความล่าสุด

ภาพสื่อถึงความเชื่อเรื่องการทำเสน่ห์คุณไสย เปรียบเทียบระหว่างพิธีกรรมความรักกับมุมมองทางจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์

ส่องโลกมืดสู่มุมมองมานุษยวิทยา: การทำเสน่ห์คุณไสย..มีจริงไหม? พาสายตาไปไกลกว่าคำว่าดวงตก

ภาพหน้าปกบทความโหราศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่งมงาย แสดงกราฟิกแผ่นชาร์ตดวงดาราศาสตร์ลายเส้นเนียนตาสลับภาพสถิติตัวเลขโมเดิร์นคุมโทนสีกรมท่าเงินสุภาพเรียบร้อย

ถอดรหัสลับดวงดาว พิสูจน์เหตุผลว่าทำไม โหราศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่งมงาย

ภาพหน้าปกบทความศาลพระภูมิ แสดงกราฟิกศาลพระภูมิปูนปั้นสีทองสง่างามตั้งตระหง่านคู่กับศาลตา-ยายในบรรยากาศสวนหย่อมสีเขียวร่มรื่นสุภาพเรียบร้อย

ศาลพระภูมิ มรดกไทยแท้กับการหลอมรวมทางจิตวิญญาณเหนือกาลเวลา

Scroll to Top